“ค่านิยมเรียนพิเศษ” ผลลัพธ์จากความล้มเหลวของการศึกษาไทย

บทความโดย นรมณ ดลมหัทธนะกิตติ์

 

วรรณสรณ์ สยามกิตติ์Dav’ance...

ทุกวันนี้ สถาบันกวดวิชาที่มีชื่อเสียงต่างๆล้วนแต่คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักเรียนจากหลากสถานศึกษาและหลายช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กเล็กก่อนประถมวัยไปจนถึงนักเรียนมัธยมปลาย เป็นภาพที่เห็นกันจนชินตา เพียงแต่คุณเคยลองตั้งคำถามบ้างหรือไม่ว่า...นี่เป็นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นแล้วจริงหรือเปล่า?

 

“กวดวิชา” จำเป็นกับชีวิตจริง หรือเป็นเพียงค่านิยมผิดๆ?

ถ้าหากเราจะพูดในเรื่องความจำเป็นของการเรียนพิเศษคงจะต้องมองให้เห็นถึงเหตุผลว่าอะไรที่ทำให้เกิดค่านิยมนี้ขึ้นกับเด็กไทยในยุคปัจจุบัน

ประการหนึ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึงปัญหานี้ได้นั่นก็คือคุณภาพของครูครูในแต่ละที่มีคุณภาพไม่เท่ากัน คุณภาพในการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่าง การเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพไม่เท่าเทียมกัน แต่มีการใช้มาตรฐานวัดคุณภาพการศึกษาด้วยแบบทดสอบการศึกษาขั้นพื้นฐานเดียวกัน ครูบางคนมีความรู้มาก หากแต่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาให้นักเรียนเข้าใจได้ การขาดแคลนบุคลากรครูในสถานศึกษาที่ห่างไกลเป็นต้น

ประการที่สองจากการสัมภาษณ์นักเรียนในระดับชั้นม.6ที่เรียนพิเศษ พบว่าเหตุผลที่เรียนพิเศษมาจากความต้องการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ว่าจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่ตนใฝ่ฝันได้แม้แต่ในนักเรียนที่มีผลการเรียนดียังรู้สึกไม่มีความมั่นใจหากไม่ได้ไปเรียนกวดวิชา ปัจจัยดัง กล่าวแสดงให้เห็นว่าค่านิยมการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงเป็นผลให้ค่านิยมการกวดวิชาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

อีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยให้นักเรียนส่วนใหญ่เข้าเรียนกวดวิชาคือความต้องการของผู้ปกครองที่ไม่ได้มีฐานะทางสังคมที่มั่นคงนักจึงต้องการให้บุตรหลานของตนมีความรู้มากกว่าเพื่อนคนอื่นๆในระดับชั้น เพื่อที่ในอนาคตจะได้มีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าและเป็นการรับประกันอนาคตที่ดีกว่า

แต่การเรียนพิเศษก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับคนทุกกลุ่มเสมอไป  เพราะกลุ่มคนบางประเภทยังมีค่านิยมผิดๆ เช่น การเรียนพิเศษตามเพื่อน เรียนพิเศษเพื่อจะได้เจอผู้คนใหม่ๆ หรือเรียนพิเศษเพื่อหาแฟนไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปเรียนเพื่อแสวงหาความรู้แต่อย่างใด

ในขณะเดียวกันอีกกลุ่มคนที่เรียนกวดวิชา ทั้งที่เรียนตามความต้องการของพ่อแม่ และเรียนโดยความสมัครใจ แต่กลับไม่ใส่ใจที่จะไปเรียนเท่าไหร่นัก โดดเรียนบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง ทำให้เงินที่ผู้ปกครองเสียไปนั้น เสียไปโดยที่ไม่ได้รับประโยชน์กลับมาเท่าที่ควรจะเป็น

แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคนบางกลุ่มใช้วัน เวลา ที่ควรจะต้องเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน มาเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชาต่างๆ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ได้ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า “แล้วแบบนี้ การเรียนที่โรงเรียนจะมีประโยชน์อะไร” แต่อีกมุมหนึ่งก็มีอีกคำพูดที่ว่า “ถ้าการเรียนที่โรงเรียนดีจริง เด็กก็คงไม่ต้องออกมาหาความรู้จากข้างนอก” เกิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน

 

ผลดี และ ผลเสีย ของการเรียนเพิ่มเติม ต่อเด็กไทยในยุคปัจจุบัน

เป็นที่ทราบกันดีว่าค่านิยมการเรียนพิเศษนั้นถือได้ว่าควบคู่กันมากับการเรียนในสมัยนี้ และถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กับนักเรียนในยุคปัจจุบันนี้ไปเสียแล้วแต่กระนั้นการเรียนพิเศษย่อมส่งผลกระทบทั้งทางดีและไม่ดีแก่ผู้เรียนเช่นกัน ผลดี ของการเรียนพิเศษ คือ

  1. ติวเตอร์ที่สอนมีเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการทำข้อสอบ หรือ เทคนิคการจดจำที่สามารถทำให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายมากกว่าการอ่านจับใจความด้วยตัวเอง และอาจมีวิธีการสอนที่สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อเหมือนเรียนที่โรงเรียนเพราะติวเตอร์นั้นมีหน้าที่คือสอนเพียงอย่างเดียว จึงมีเวลาให้กับการเตรียมสอนอย่างเต็มที่ผิดกับข้าราชการครูทั่วไปที่นอกจากการสอนแล้ว ก็ยังมีงานอื่นๆ เช่น งานวิจัย งานนโยบาย ให้ต้องรับผิดชอบ จึงอาจไม่มีเวลาให้กับการสอนได้มากเท่าที่ควร
  2. จากค่านิยมในสังคมไทย การเรียนพิเศษมีผลทางจิตวิทยาที่จะทำให้นักเรียนมีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งการเรียนในโรงเรียน และการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในมุมมองของนักเรียนเปรียบการเรียนในโรงเรียนเป็นการฉาบความรู้เอาไว้หยาบๆ และการเรียนพิเศษเป็นสิ่งที่จะเข้ามาอุดรอยรั่วนั้นก็ว่าได้
  3. เป็นการสร้างความสบายใจให้กับผู้ปกครอง ว่าบุตรหลานของตนนั้นมีความสามารถพอที่จะแข่งขัน และมีอนาคตที่ดีต่อไปได้

นอกจากผลดีที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น การเรียนกวดวิชาก็มีผลเสียหลายประการที่สำคัญ คือ                                                                                

  1. ความเครียดจากการเรียนที่มากเกินไป โดยปกติแล้วในหลักสูตรการศึกษาไทยเรียนกันประมาณ 8 กลุ่มสาระ 20 วิชา เฉลี่ยสัปดาห์ละ 35คาบ คาบละ 35-50 นาที ก็ถือว่าค่อนข้างมากแล้ว การเพิ่มการเรียนพิเศษเข้าไปอาจเป็นการเบียดเบียนเวลาพักผ่อนไม่มีเวลาให้ครอบครัว สร้างภาระเพิ่มให้กับสมองอาจส่งผลเสียทางจิตที่อาจจะทำให้พฤติกรรมของเด็กเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่รวมทั้งร่างกายก็จะอ่อนแอลงจากการขาดการออกกำลังกายอีกด้วย
  2. ความซ้ำซากจำเจ เพราะการกวดวิชานั้นเป็นการนำความรู้ในหลักสูตรมาสอนซ้ำเดิมแต่อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนจึงทำให้นักเรียนที่เรียนตามความต้องการของผู้ปกครองเกิดความเบื่อหน่ายและรู้สึกเป็นทุกข์กับการเรียนทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมต่อต้านผู้ปกครอง ส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนในภาพรวมได้
  3. ทำให้สูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมากในส่วนนี้ไม่เฉพาะค่าเรียนแต่ยังรวมถึงค่าเดินทางมาเรียน ค่าอาหาร ที่ต้องสูญเสียไปจากงานวิจัยพบว่า รวมแล้วในส่วนนี้คิดเป็นร้อยละ 10-15 ของรายได้ในครอบครัว

 

เรียนพิเศษ... “การศึกษาเพิ่มเติม” หรือ “การค้าการศึกษา”?

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประมาณมูลค่าตลาดธุรกิจกวดวิชาทั้งในส่วนของการเรียนกวดวิชาในรูปแบบโรงเรียนกวดวิชา และติวเตอร์อิสระที่สอนแบบตัวต่อตัวหรือสอนแบบกลุ่มในปี2556 ไว้ที่ประมาณ7,160ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี2555 ที่มีมูลค่าประมาณ7,000ล้านบาท และจะเติบโตไปสู่ 8,189ล้านบาท ในปี2558 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี”

จากข้อความข้างต้นถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กไทยในยุคนี้สูญเสียเงินไปมหาศาลเพื่อ “ซื้อความรู้” จากสถาบันกวดวิชาที่เน้นในเชิงธุรกิจทำกำไรมากกว่าส่งเสริมการศึกษาโรงเรียนกวดวิชาในสมัยนี้มีการแข่งขันที่สูงมากสถาบันดังก็ต้องยิ่งปรับกลยุทธ์เพื่อหนีคู่แข่งจะเห็นได้ว่าการปรับคอร์ส เรียนสถาบันต่างๆให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันเน้นกลยุทธ์ทางการตลาดมากเสียยิ่งกว่าประโยชน์ทางการศึกษาที่ผู้เรียนจะได้รับ ทุกวันนี้เงินที่เราเสียไปเพื่อเรียนกวดวิชานั้นมากกว่าเงินค่าเทอมที่ต้องจ่ายให้กับโรงเรียนเสียอีก

 

ความแตกต่างทางสังคมกับปัญหาการเข้าถึงการเรียนพิเศษ

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้เด็กแต่ละคนสามารถเข้าเรียนกวดวิชาได้มากหรือน้อยนั้นโดยส่วนใหญ่มักจะขึ้นอยู่กับฐานะการเงินของผู้ปกครอง หากมีทุนทรัพย์มาก ก็สามารถเข้าถึงการเรียนพิเศษหรือในกรณีที่มีทุนทรัพย์น้อยก็มักจะกลัวว่าลูกจะได้เรียนน้อย เก่งไม่เท่าเพื่อน จึงต้องกระเสือกกระสนพยายามหาทุนเพิ่มเพื่อจะได้ส่งลูกไปเรียนกวดวิชาที่ดังๆ แพง ๆ เหมือนลูกคนอื่นแต่มีนักศึกษาส่วนหนึ่งถึงร้อยละ48.8ของผู้ที่ไม่เรียนกวดวิชาได้ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่ไม่เรียนพิเศษนั้นเป็นเพราะ ค่าเล่าเรียนที่แพงเกินไปทำให้ครอบครัวไม่สามารถรับภาระในส่วนนี้ได้

เมื่อพิจารณาตามเขตที่ตั้งของโรงเรียนแล้ว เขตเมืองนั้นจะมีอัตราการกวดวิชาสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนเขตนอกเมืองและกลุ่มที่ผู้ปกครองประกอบอาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัวมีอัตราการกวดวิชามากกว่ากลุ่มที่ผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพเกษตรกร หรือ ประมง อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงการเรียนพิเศษได้ยากเพราะโรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่มักจะกระจุกอยู่ในเมืองทำให้คนในพื้นที่นอกเมืองเข้าถึงการเรียนพิเศษได้ยากกว่า

 

แนวทางการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

“เกรดเฉลี่ยวัดความรู้ทางวิชาการไม่ได้

และความรู้ทางวิชาการวัดความเป็นคนไม่ได้”

หลายคนเมื่ออ่านประโยคข้างต้นแล้วอาจเกิดคำถามว่าอะไรทำให้มีความคิดไปเช่นนั้น คำตอบนั่นก็คือเพราะเกรดเฉลี่ยนั้นมาจากคะแนนสอบเพียง20-40%ในแต่ละโรงเรียนซึ่งแตกต่างกันที่เหลือเป็นการวัดประเมินในส่วนอื่นๆ เช่น การส่งงาน คุณลักษณะ นั่นจึงทำให้“เกรดเฉลี่ย”ไม่สามารถชี้วัดความรู้ทางวิชาการได้เสมอไป แต่ถ้าหากลองมองในมุมกลับ“ความรู้ทางวิชาการ”เองก็วัดเกรดเฉลี่ยไม่ได้เช่นกัน นั่นเพราะเกรดเฉลี่ยไม่ได้มุ่งเน้นวัดผลทางวิชาการเพียงอย่างเดียวแต่วัดทั้งความรับผิดชอบ ความประพฤติ ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม  ถ้าหากเราเป็นคนฉลาดแต่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ มีความรู้แต่ไม่มีความรับผิดชอบ นั่นอาจหมายถึงชีวิตที่ล้มเหลวในอนาคตภายภาคหน้าได้

แต่ในทุกวันนี้การศึกษาไทยไม่ได้มุ่งเน้น“ทักษะการใช้ชีวิตในสังคม”อย่างที่ควรจะเป็นครูอาจารย์สอนให้เราเรียนเพื่อ“ท่องจำ”แล้วนำไปสอบ มากกว่าที่จะ“เข้าใจ”และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ฉะนั้นแนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาไทยอย่างยั่งยืนในที่จะไม่ทำให้กวดวิชาเป็นการศึกษาหลักของประเทศไทย สามารถพัฒนาได้ดังนี้

  1. พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา

ดังเห็นได้จากปัจจุบัน อัตราครูต่อเด็กนักเรียน 1 : 40 - 50 คน และครูที่มีคุณภาพในสาขาหลักๆทั่วประเทศมีไม่ถึง 30% รวมถึงปัญหาครูที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ สิ่งที่ควรต้องทำคือ ต้องกระจายบุคลากรครูออกไปให้ทั่วถึงให้คุณภาพครูในทุกพื้นที่มีความแตกต่างกันน้อยที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงการศึกษา และปรับปรุงการคัดกรองครูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ครูที่ผ่านการคัดมานั้นมีคุณภาพ มีความรู้และถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจได้เมื่อเด็กคิดว่าเรียนในห้องจากครูนั้นเพียงพอก็ไม่จำเป็นจะต้องเรียนพิเศษอีกต่อไป

  1. นโยบายที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นหลัก

การศึกษาไทยควรจะต้องเน้นผลต่อผู้เรียนเป็นหลักด้วยนโยบายการศึกษาที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามวิธีที่ถนัดและสนใจ เช่น การให้เลือกสายการเรียนที่ตนเองชอบตั้งแต่ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาเล่นให้ได้ความรู้ ครูสอนโดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดและแสดงความคิดเห็นตามอิสระทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอมีความสุขและเห็นคุณค่าของการเรียนในโรงเรียนมากขึ้น

 

อ้างอิง

เมื่อคุณภาพการศึกษาใช้ “คะแนนชี้วัด”ผู้ปกครองทุ่มปีละกว่าหมื่นล้านให้เด็กกวดวิชาเพื่อ “ติ๊กถูก.”(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://thaipublica.org/2013/09/quality-of-thai-education/. 2556.

“กวดวิชา” มาตรฐานการศึกษาไทย เรียน “เพื่อสอบ”หรือเรียน “เพื่อรู้”.”(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://thaipublica.org/2013/03/tutorial-critical-study-of-thailand/. 2556.

จิตรา วงศ์บุญสิน.““กวดวิชา เรียนพิเศษ” จำเป็นหรือแฟชั่น.”(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://peenews1.blogspot.com/. 2554.

“ค่านิยมเกี่ยวกับการกวดวิชา ในภูเก็ตวิทยาลัย.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.phuketonlinenews.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&No=1443650. 2554.

“การศึกษาไทยต้องChange สถานเดียว.”(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://kru-d.com/?p=608. 2558.

เรียนพิเศษจำเป็นจริงหรือ?.”(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.tutor-4you.com/เรียนพิเศษ /. 2557.

“การ “เรียนหนัก” และ “กวดวิชา” ช่วยพัฒนาประชากรจริงหรือ?.”. (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://whereisthailand.info/2012/01/pisa-class-tutor/. 2555.     

ขุนสำราญภักดี.“เก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา เชือดครูอุ๊ แลกภาษี4,000ล้าน คิดผิด...คิดใหม่ได้.”. (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก :http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1294649773. 2554.

“แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทย.”. (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : https://www.gotoknow.org/posts/494623. 2555.

เบญญาภา โรจน์รุ่งฤกษ์. สัมภาษณ์. 8 กันยายน 2558.

edit @ 31 Jan 2016 08:06:04 by Monzart0523

Tendon Tenya Review!

posted on 29 Jan 2016 23:51 by demonzter05 directory Food

สวัสดีค่ะชาวExteenที่รักทุกท่าน หลังจากที่ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนาน(มาก)

เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้ไปทานอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง เลยคิดขึ้นมาได้ว่า "ไม่ได้การล่ะ! เราต้องเอามาอัพบล็อกแล้ว"

ลองนำเสนอออกมาในรูปแบบของคอลัมน์หนังสือดูหวังว่าทุกคนจะชอบนะคะkiss

และเนื่องจากขณะนี้ประเทศไทศได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนกันแล้ว เลยถือโอกาสนี้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัว555

แม้ว่าภาษาอังกฤษของจขบ.จะกาก...เอ่อ อย่าใช้คำว่ากาก เรียกว่างูๆปลาๆ snakeๆfishๆ ก็เถอะนะคะ

ปล.ความจริงอันนี้เป็นงานของโรงเรียนนะคะเลยมีชื่อ ชั้น เลขที่ติดอยู่ เราเห็นว่าเรื่องมันน่าสนใจ และเหมาะแก่การนำมาอัพบล็อกเลยadaptเอามาใช้ซะเลย555

เอาล่ะ สำหรับใครที่ภาษาอังกฤษไม่โอเค ก็จะมีซัยไตเติ้ลฉบับdemonzterให้นะคะ555

 

เริ่มแรกก่อนเลยคือจขบ.ไปธุระกับเพื่อนแถวๆ Siam Square One ช่วงวันสงกรานต์ค่ะ

แล้วตอนเที่ยงพวกเราก็ตรงดิ่งเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขวางหน้า เพราะเสียงหัวใจมันร่ำร้องอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นกันทุกคน

แล้วร้านที่เราเลือกเข้านั่นก็คือ ร้านTendon Tenya สาขา Siam Square One

ช่วงนั้นพอดีกระเป๋าแห้งก็เลยสั่งเมนูที่ดูจะถูก(?) และก็เป็นsignature หรืออาหารแนะนำของทางร้าน

ชื่อว่าTendon หรือก็คือข้าวหน้าเท็มปุระนั่นเองงงงง ส่วนราคาก็อยู่ที่99บาทเท่านั้นเองค่ะfoot-in-mouth

ก่อนอื่นขอให้ความรู้ก่อนนะคะ ภาษาญี่ปุ่นคำว่าTendon มากจากคำว่า Tempura+Donburi(ชามทรงกลมแบบญี่ปุ่น)นั่นเองค่ะ

แล้วคำว่าเท็มปุระไม่ได้หมายถึงกุ้งชุบแป้งทอดแบบญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวนะคะ มันหมายถึงอาหาารชุบแป้งทอดได้หลายชนิด

เช่นผักเท็มปุระ แบบนี้ก็มีค่ะ คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเท็มปุระหมายถึงกุ้งอย่างเดียว

เรามาดูส่วนผสมของอาหารจานนี้กันเลยค่ะ

  • ข้าวญี่ปุ่น
  • กุ้งเท็มปุระ
  • มันเทศเท็มปุระ
  • หมึกกล้วยเท็มปุระ
  • ถั่วฝักยาวเท็มปุระ
  • ซอสราดเท็มปุระ

 

เราจะบอกเลยว่าเราเขี่ยถั่วฝักยาวทิ้งเป็นอย่างแรกเลย จากความไม่ชอบโดยส่วนตัว555 แต่ก่อนจะเขี่ยทิ้งก็ชิมไปหนึ่งคำ เพราะเดี๋ยวคนอ่านจะหาว่ารีวิวไม่ครบ แล้วก็พบว่าถั่วฝักยาวมันยังมีรสขมนิดๆ ส่วนตัวแล้วไม่ชอบเลย

ข้าวญี่ปุ่นก็นิ่มดีค่ะ ส่วนเท็มปุระชนิดอื่นๆก็อร่อย กุ้งกัดเข้าไปแล้วก็ชุ่มฉ่ำดี หมึกกล้วยก็ไม่เหนียว มันเทศหวานนิดๆ 3อย่างนี้ส่วนตัวแล้วชอบมากเลยค่ะ กรอบดี เคี้ยวเพลินเลย555embarassed

พูดถึงน้ำซอสราดเท็มปุระแล้ว เรารู้สึกว่ายังไม่โดนใจเท่าไหร่ เพราะมันมีแต่รสเค็มสัมผัสรสอื่นๆไม่ได้เลย ติดจะเค็มเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าพูดถึงเมนูอาหารที่เป็นSignatureของร้านแล้ว นับว่ายังไม่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สักเท่าไหร่

แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้ว ก็ถือว่าโอเคมากๆเลยค่ะ

จานนี้ขอให้คะแนน 7/10 แล้วกันนะคะ

จบการรีวิวอาหารในวันนี้แล้ว ครั้งหน้าจขบ.จะมาทำอะไรต่อก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะyell

edit @ 29 Jan 2016 23:52:22 by Monzart0523

 

edit @ 31 Jan 2016 08:14:40 by Monzart0523

[Trans]A Sad Love Song(슬픈 사랑의 노래) - Davichi (다비치)

posted on 25 May 2012 14:30 by demonzter05 directory Entertainment, Asian

#deMONzterComeback

----------------------------------------------------------------
กลับมาเจอกันอีกแล้วกับเจ้าของบล็อกคนสวย 555
วันนี้ไม่ได้เอาเพลงเวอร์ไทยมาลงแต่อย่างใด
แต่เราแปลเพลงของสองสาวเสียงดี(มากถึงมากที่สุด)อย่างDavichiมาฝาก
 
นี่เป็นงานแปลชิ้นแรก ผิดพลาดบ้างขออภัยจ้า
เราก็ใช้ความสามารถ(ที่มีน้อยนิด)ทางด้านภาษาอังกฤษ
และเกาหลีแบบงูๆปลาๆของเราในการแปลเพลงนี้
 
ส่วนทำไมเราถึงเลือกแปลเพลงนี้นั่นน่ะหรอ?
เพราะเพลงนี้เพราะ เราชอบ555 ชอบทั้งเพลงทั้งคนร้องเลยแหละ
Davichi อาจจะไม่ได้เป็นท่ี่รู้จักมากนักแต่ก็อยากให้ลองเปิดใจฟังกันดูแล้วจะรู้ว่า...
นี่แหละนักร้องคุณภาพของจริงที่หลบอยู่ในซอกหลืบของวงการเพลงเกาหลี!!
 
(Caution!!! เพลงนี้คำแปลเศร้ามากกกกก แปลไปเศร้าไป ระวังร้องไห้TT'
แต่MVค่อนข้างจะติดเรท เรทในแง่ไหนเชิญไปดู55555)
 

______________________________________________________________

Song: A Sad Love Song (슬픈 사랑의 노래)

 Artist: Davichi (다비치) 

Hangeul credit by: 결비 (gasazip.com)

English Translate by: iwannaflywell (BlogSpot),siriel(soompi),googii(wordpress)

Thai Translate by: deMONzter (@monzart0523)

Write Date: 24/05/12

Update [1]: 25/05/12

________________________________________________________________________________

미안한게 참 많아 하지 못 한 말도 많아
지금 돌아서 너에게 줄건 눈물 뿐인데
솔직히 참 서운해 이유조차 모르고~
너와 헤어져야 한다는게 너무나 속상해...

사실은 사실은 나지금 울고 있어
겉으로 애써 웃어 보여도~~

사랑해 사랑해 내가 다 잘못했어~
화내도 괜찮아 욕해도 괜찮아
그러니까 제발 날 떠나지마
가지마 나 사랑안해도 돼~
내가 더 많이 사랑하면 되니까...

** (간주중)

오늘만 오늘만 참아주면 안되니
이대론 널 못 보낼것 같아~~

사랑해 사랑해 내가 다 잘못했어~
화내도 괜찮아 욕해도 괜찮아
그러니까 제발 나를 떠나지마
가지마 나 사랑안해도 돼~
내가 더 많이 사랑하면 되니까..

처음으로 돌려놔~
니가 나를 사랑했던 때로 다 돌려놔~~

미안해 미안해 나 그런 줄 모르고
마음이 떠난걸 내가 싫어진걸
정말 모르고 지냈어~
어떡해도 뭘해도 마음이 떠났으면
옆에 있어도 사랑이 아니잖아...

곁에 있을 자격도 없는 나~잖아...

เป็นหลายๆอย่างที่ฉันรู้สึกเสียใจ แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้เลย

สำหรับเธอ คนที่หันหลังเดินจากฉันไปแล้ว ฉันคงให้ได้เพียงแค่น้ำตาเท่านั้น

ความจริง ฉันผิดหวังมากที่ฉันไม่เคยรู้เหตุผลเลย

ว่าทำไมฉันถึงต้องพลัดพรากไปจากเธอ ฉันผิดหวังจริงๆ

 

ความจริงคือฉันร้องไห้ เรื่องจริงคือตอนนี้ฉันกำลังร้องไห้

แม้ว่าคุณจะเห็นฉันกำลังยิ้มอยู่ก็ตาม

 

(*)ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ ทั้งหมดนั่นมันคือความผิดพลาด

ถึงเธอจะโกรธฉันก็ไม่เป็นไร ถึงเธอจะด่าว่าฉันก็ไม่เป็นไร

ได้โปรดอย่าทิ้งฉัน อย่าไปไหน ไม่ต้องรักฉันก็ได้

ฉันเพิ่งจะได้รักเธอเองนะ

 

แค่เพียงวันนี้วันเดียว แค่วันนี้วันเดียว เธอก็ไม่สามารถจะทนต่อไปได้แล้วอย่างนั้นหรอ?

ฉันคิดว่าฉันคงไม่สามารถปล่อยเธอไปแบบนี้ได้

 

(*)ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ ทั้งหมดนั่นมันคือความผิดพลาด

ถึงเธอจะโกรธฉันก็ไม่เป็นไร ถึงเธอจะด่าว่าฉันก็ไม่เป็นไร

ได้โปรดอย่าทิ้งฉัน อย่าไปไหน ไม่ต้องรักฉันก็ได้

ฉันเพิ่งจะได้รักเธอเองนะ

 

กลับไปยังจุดเริ่มต้น

กลับไปยังเวลาที่เธอยังรักฉันอยู่

ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆที่ไม่รู้เลย

ว่าหัวใจเธอไม่อยู่กับฉันอีกต่อไป เธอไม่ได้รักฉันอีกต่อไปแล้ว

ฉันอยู่โดยที่ไม่ได้สังเกตเลย

ในสิ่งที่ฉันทำ และสิ่งที่ฉันควรจะทำ เมื่อหัวใจเธอยังมีฉัน

ฉันควรจะทำอะไรนอกจากนี้ดี มันไม่ได้เป็นแม้แต่ความรักอีกต่อไปเมื่อไม่มีเธอ

มันไม่คุ้มค่าเลยที่จะอยู่กับเธอ

There’s a lot of things I feel sorry for, but there’s a lot of things I couldn’t say
For you who has turned away right now, I can only give tears
Truthfully, I am so upset, I don’t even know the reason
To why I have to separate with you
I’m so upset

For real, for real, I am crying right now
Though you see me smiling

I love you, I love you, It was all a mistake
Even though you get mad, it’s okay,
Even though you scold me, it’s okay
So please don’t
Leave me, don’t go, you don’t have to love me
I will just love you myself

Just today, just today, can’t you bear only for today?
I think I can’t send you away like this

I love you, I love you, It was all a mistake
Even though you get mad, it’s okay,
even though you scold me, it’s okay
So please don’t
Leave me, don’t go, you don’t have to love me
I will just love you myself

Turn it back to the beginning
Turn it back to the time that you loved me

I’m sorry, I’m sorry, I didn’t know
That your heart left me, that you don’t like me anymore
I lived without noticing
Whatever I do, what should I do, if your heart left me
Even though it stays besides me, it’s not love without you
I’m not even worth to be with you

__________________________________________________________________________________


และแถมให้ด้วยเอ็มวีเพลงนี้ของสองสาว(เพราแบบโฮกฮากมากๆค่ะ)

*และสุดท้ายอย่าลืมสนับสนุนDavichiด้วยนะคะ*

-----------------------------------------------------------------

#deMONzterGoodbyeStage

edit @ 13 Oct 2015 21:52:46 by Monzart0523

edit @ 13 Oct 2015 22:28:12 by Monzart0523

[東方神起!] Still (Thai version)

posted on 18 May 2012 20:15 by demonzter05 directory Asian, Idea
#deMONzterComback
____________________________________
 
กลับมาอีกแล้วกับเจ้าของบล็อกไร้สาระบล็อกนี้- -"
ซึ่งกำลังจะทำตัวมีสาระมากขึ้น...
 
วันนี้ผลงานการแต่งเพลงเวอร์ชั่นไทย(ชิ้นแรก)
ก็สำเร็จออกมาได้(ด้วยความยากลำบาก)แล้ว
แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ขอคำติชมด้วยนะค้าาาา
 
วันนี้มีแต่เนื้อเพลงมาให้ก่อนนะ(เพราะตัวเพลงจริงๆยังไม่รู้จะอัดยังไงเหมือนกัน ทำไม้เป็นนน= =)
และที่สำคัญนี่คือเพลงไทยเวอร์ชั่น(ร้องเป็นภาษาไทยนะคะ)ไม่ใช่การแปลเพลงนะคะ
 
ปล.ใครอยากร้องเพลงนี้เวอร์ไทยให้เราบอกมาเลยนะ(ตอนนี้ขาดคนร้องเจรงๆ5555)
ปลสอง.ขอคุณกำลังใจดีๆและไอเดียแปลกใหม่(ยามสมองเราตัน)จากW.Kaoriที่รักของเราด้วยย
____________________________________

Song: Still    

Artist: 東方神起 

Japanese lyrics by: kasi-time.com + DBSKRainbow 

Thai version by: deMONzter (@monzart0523) 

Write Date: 11/05/12

Update [1]: 17/05/12

Update [2]: 18/05/12

Update [3]: 13/10/15

________________________________________________________________

あどけない笑顔を浮かべた 写真の中のふたりはまだ
こんな日が来るとは思わず お揃いの紅茶を選んだ

ทุกครั้งที่มองในภาพเธอยังคงยิ้มให้กัน ยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบนั้นดูไม่ว่างเปล่า

จนเวลาที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะมาถึง ตรงที่เดิมมันจะไม่มีเธออีกต่อไป

変わらないこのテラスは今日も 懐かしい匂いがするけど
泣けてくんのは君のせいさ

ระเบียงที่เคยมีฉันและเธอมันยังไม่เคยเปลี่ยน ภาพเดิมๆระหว่างเรายังคงงดงาม

เธอที่ฉันรักที่สุดและทำให้เสียน้ำตา

もう一度誘って もう一度笑って
僕たちがこの場所で出会えたなら
君の手握って誓いたいのに そうなんだ…

อยากจะรั้งตัวเธอไว้อีกครั้ง กลับมายิ้มให้กันอีกสักที

ตรงนี้ที่เดิม หากได้พบกัน ถ้าฉันได้เจอหน้าเธอ

มือนี้สัญญาจะกุมไว้ และไม่มีวันปล่อยไป ฉันสัญญา...

(*) 君の声が聴けないなんて 君の名前呼べないなんて
せめて夢で会えたらきっと 君をギュッと抱きしめるんだ

(*)เสียงของเธอมันนานเหลือเกินที่ไม่ได้ยิน ชื่อของเธออยากเรียกเหลือเกินแต่ไม่มีสิทธิ์

ขอสักครั้ง แม้จะได้เจอ เธอเพียงแค่ในฝัน ฉันจะฉุดรั้งเธอไว้ในอ้อมกอดฉัน

だけど君に会えないなんて 愛してると言えないなんて
悲しいほど狂おしくって 切ない…切ない恋をした

แม้คิดถึงก็ยังไม่อาจจะได้เจอกัน คำว่ารักอยากเอ่ยออกไปแต่ต้องห้ามใจ

ต้องยับยั้งความรักนั้นไว้ในใจที่เจ็บช้ำ นี่แหละรัก...มันคือรัก ที่แสนทรมาน

Ah…ただ泣いたんだ
ah…切ない…切ない恋をした

Ah…ปล่อยน้ำตาให้ไหลไป

Ah…นี่แหละรัก...มันคือรัก ที่แสนทรมาน

寂しさをごまかすだけなら 他の誰かで良かったのに
いつも君の姿重ねて 余計に寂しいと思った

คงมีสักทาง จะลืมว่า ข้างกายฉันว่างเปล่า แม้พยายามมองหาเธอ แค่เงาก็ไม่มี

มันยิ่งทำให้เหงาเหลือเกินเมื่อฉันยืนตรงนี้ ทางที่ดีคงทำได้แค่ให้เวลาผ่านไป

いつの日かこの角を曲がって 目の前に君がいることが
夢見ている奇跡なんだ

คงสักวันเราสองจะมายืนข้างกันอีก แม้จะทำได้เพียงแค่ฝันต่อไปก็ตาม

แต่ก็ยังหวังสักวันจะไม่ใช่ฝันอีกต่อไป

偶然でも良くって 必然でも良くって
僕たちがこの道で出会えたなら
君の手掴んで奪いたいよ そうなんだ…

อาจจะเป็นเพราะฟ้ากำหนดไว้ อาจจะเป็นเพราะความบังเอิญนั้น

ตรงนี้ที่เดิม เส้นทางของเรา ถ้าฉันได้เจอหน้าเธอ

มือนี้สัญญาจะกุมไว้ และเดินก้าวไปด้วยกัน ฉันสัญญา...

君の肩にもたれたいよ 君をじっと見つめたいよ
せめて夢で会えたらきっと 君にちゃんとキスをするんだ

ไหล่ของเธอที่เคยได้อิงตอนนี้ไม่มี ใบหน้าเธอที่เคยได้มองตอนนี้ไม่มี

ขอสักครั้งแม้จะได้เจอเธอเพียงแค่ในฝัน จะฝากจูบนี้ให้นาน ไม่ให้เลือนจากใจ


君をいつも忘れないよ 僕はずっと変われないよ
苦しいほど愛おしくって 切ない…切ない恋をした

จะไม่มีมีวันลืมเธอไปเลยสักนาที ใจที่ยังคงมีเพียงเธอจะไม่มีเปลี่ยน

แม้ต้องช้ำเพราะการรักเธอไปอีกสักกี่หน นี่แหละรัก...มันคือรัก ที่แสนทรมาน

ねえ 今何してるの? 君は幸せなの? No no no no no no
君はまだ… Still staying forever in my heart
君は今も… in my heart… in my heart

นี่~ เวลานี้ เธอทำอะไรอยู่?  และในตอนนี้มีความสุขดีไหม? No no no no no no

รักเราจะไม่จาง... Still staying forever in my heart

ตอนนี้เธอยังอยู่ตรงนี้... in my heart… in my heart

君の手握って誓いたいのに I love you…

หากฉันได้เจอเธออีกครั้ง จะจับมือแล้วบอกออกไป I love you…

(*) 君の声が聴けないなんて 君の名前呼べないなんて
せめて夢で会えたらきっと 君をギュッと抱きしめるんだ

(*)เสียงของเธอมันนานเหลือเกินที่ไม่ได้ยิน ชื่อของเธออยากเรียกเหลือเกินแต่ไม่มีสิทธิ์

ขอสักครั้ง แม้จะได้เจอ เธอเพียงแค่ในฝัน ฉันจะฉุดรั้งเธอไว้ในอ้อมกอดฉัน

だけど君に会えないなんて 愛してると言えないなんて
悲しいほど狂おしくって 切ない…切ない恋をした

แม้คิดถึงก็ยังไม่อาจจะได้เจอกัน คำว่ารักอยากเอ่ยออกไปแต่ต้องห้ามใจ

ต้องยับยั้งความรักนั้นไว้ในใจที่เจ็บช้ำ นี่แหละรัก...มันคือรัก ที่แสนทรมาน

Ah…ただ泣いたんだ
ah…切ない…切ない恋をした

Ah…ปล่อยน้ำตาให้ไหลไป

Ah…นี่แหละรัก...มันคือรัก ที่แสนทรมาน

I want you to stay in my heart
I need your love that brings tears to my eyes

____________________________________

**Video Song COMING SOON**

เอาที่เอ็มวีเพลงนี้ไปดูแก้ขัดก่อนละกันฮ่าๆ

____________________________________

เอ้อ...ย้ำอีกๆ เพลงนี้เป็น"ไทยเวอร์ชั่น"ไม่ใช่การ"แปลเพลง"นะจ๊ะ ไว้มีไมค์เมื่อไหร่จะมาร้องให้ฟัง อิอิ

____________________________________

#deMONzterGoodbyeStage

edit @ 13 Oct 2015 22:17:13 by Monzart0523

XIA Tarantallegra!!

posted on 14 May 2012 20:04 by demonzter05
#deMONzterComeBack!
-----------------------------------------
-----------------------------------------
Update!
ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าเมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น!!!
ทวิตเตอร์แทบจะเออเร่อเพราะ"XIA Tarantallegra"
//ความจริงเมื่อวานเราไม่ได้อยู่ในทวิตหรอกพูดให้ดูโอเว่อร์ไปงั้นแหละ(_ _)...
 
ยอมรับเลยว่าตอนแรกอ่านคำว่าTarantallegraไม่ออก
แต่จำได้ว่ามันอยู่ในแฮรี่(เราเองก็บ้าแฮรี่เหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ)
เป็นคาถาที่เดรโกใช้ในภาค2 โอ้ยไม่ๆ ชักนอกเรื่องแล้วแฮะ
 
เรากลับเข้าเรื่องกันดีกว่า
เมื่อวานนี้CJESปล่อยเอ็มวีTarantallegraออกมา
วันนี้เราเพิ่งได้มาดู และความเห็นของเราคือ...
ชะนีที่ไหนมาเลื้อยอยู่บนตัวจุนซูของฉ้านนนน
อกอีแป้นจะแตกมีลูบๆไล้ๆด้วยยยT^T#สกรีมไปร้อยแปดพันเก้า
นั่งดูไปก็รู้สึกได้อีกอย่างว่า...ลูกสาวขุ่นแม่สาวแตกมากๆค่ะ กรี้สสส
 
ไร้สาระมาพอแล้ว ฮ่าๆ
 
อันนี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับลิสเพลงในอัลบั้มนะคะ
Cr. pluem.s Siamzone 
 
 
XIA Tarantallegra Tracklist
 
01. Sunset >> Lyrics: Xia / Arrangement: Xia

02. Tarantallegra (Feat. Flowsik of Aziatix) >> Lyrics: JUNO / Music: Xia / Arrangement: Xia / Rap making- Flowsik

03. Set Me Free (Feat. Bizzy) >> Lyrics: Xia, Fraktal / Music: Xia, Fraktal / Arrangement:Fraktal / Rap making- Bizzy

04. No Gain >> Lyrics: Jaejoong ( 김재중) / Music: Jaejoong ( 김재중) / Arrangement: 권빈기 (Kwon Bin Ki)

05. 사랑이 싫다구요 (Dislike Love) >> Lyrics: Jeon Hae Sung (전해성) / Music: Jeon Hae Sung (전해성) / Arrangement: Jeon Hae Sung (전해성)

06. 돌고 돌아도 (Turning around and around) >> Lyrics: JUNO / Music: Xia, Sejin Kim (김세진) / Arrangement: Sejin Kim (김세진)

07. Intoxication >> Lyrics: Xia / Music: Xia / Arrangement: Xia
8. Breath (Feat. Double K) >> Lyrics: Xia / Music: Xia / Arrangement: Xia / Rap making-Double K)

09. 알면서도 >> Lyrics: Sejin Kim (김세진) / Music: Sejin Kim (김세진), PJ / Arrangement: PJ

10. Lullaby (Feat. 개코 Of Dynamic Duo) >> Lyrics: Xia, Fraktal / Music: Xia / Arrangement: Fraktal / Rap making-개코 of Dynamic Duo

11. Fever >> Lyrics : JUNO, Xia / Music: Xeno, Jedi / Arrangement: Xeno

12. 이슬을 머금은 나무 >> Lyrics: Xia / Music: Xia / Arrangement: Seo Jung Jin (서정진)
 
^
^ถ้าใครที่อยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก็เข้าไปที่กระทู้นี้นะคะ เขาจะมีรายละเอียดของอัลบั้มบอกให้
----------------------------------------------------------
และแถมให้ด้วยเอ็มวีตัวเต็ม
 
สกรีมกันให้เต็มที่สาวน้อยยยย ขณะที่เธอยังเป็นวัยรุ่น!!!ฮ่าๆๆ
----------------------------------------------------------
ข่าวล่ามาแรงมากๆๆ!!!!
อัลบั้มXIA Tarantallegraมีให้โหลดแล้วนะจ๊ะ!!!
อยากโหลดมาฟังจิ้มเลย
*ที่สำคัญอย่าลืมอุดหนุนของจริงกันด้วยนะคะปกสวยมากจขบ.ไปสอยมาไว้ในครอบครองแล้ว ฮ่าๆๆๆ*
---------------------------------------------------------
#deMONzterGoodbyeStage

edit @ 14 May 2012 20:47:12 by deMONzter

edit @ 14 May 2012 21:12:49 by deMONzter

edit @ 13 Oct 2015 22:22:14 by Monzart0523

edit @ 31 Jan 2016 08:09:52 by Monzart0523

Begin...

posted on 02 Apr 2012 18:08 by demonzter05

...ยินดีต้อนรับ...

บล็อกนี้เพิ่งสมัครมาสดๆร้อนๆ(รึเปล่า?)55555

และบล็อกนี้จะไว้ลงฟิค,เรื่องจิปาถะ,อัฟเดตนู่นนี้แล้วแต่อารมย์

แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาแต่งบล็อกเลยยยยย

วันนี้เพิ่งปิดเทอมล่ะ(ดีเลย์กว่าชาวบ้านชาติกว่า) ต่อจากนี้ก็จะเริ่มแต่งบล็อกแล้ววววว(ถ้ามีเวลานะ= =")

ตอนนี้ก็เขียนบล็อกเล็กๆน้อยๆก่อน มีเวลาค่อยแต่งบล็อก(ขี้เกียจ55555555)

ไปละ.....//ฟิ้ววววว  

deMONzter

#FiN...♥